วิธีเก็บเงินให้อยู่ สำหรับคนเพิ่งเริ่มทำงาน เก็บได้จริงไม่ต้องอดทน
เก็บเงินไม่อยู่ไม่ได้แปลว่าได้เงินเดือนน้อยเกินไป แต่มักเป็นเพราะไม่มีระบบแยกเงินตั้งแต่ต้นเดือน วิธีเก็บเงินที่ได้ผลจริงคือกันเงินเก็บออกจากบัญชีใช้จ่ายทันทีที่เงินเดือนเข้า ก่อนที่มือจะทันได้ใช้มันไปกับอย่างอื่น
ถ้าเดือนไหนก็ตั้งใจเก็บ แต่พอถึงสิ้นเดือนบัญชีก็ว่างเปล่าทุกที บทความนี้ไล่ให้ทีละขั้นว่าต้องเริ่มตรงไหน และจะปรับยังไงให้เข้ากับรายได้ของตัวเอง
ทำไมเก็บเงินไม่อยู่ ทั้งที่ตั้งใจทุกเดือน
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของคนเพิ่งเริ่มทำงานคือ “เก็บเงินหลังใช้” คือรอดูว่าปลายเดือนเหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ ซึ่งในทางปฏิบัติแทบไม่เหลืออะไรเลย เพราะเงินในบัญชีเดียวกันมันถูกดึงไปใช้ได้ง่ายทุกครั้งที่มีของอยากได้
อีกสาเหตุคือไม่มีเป้าหมายชัดเจน เก็บเงินแบบไม่รู้ว่าเก็บไปทำไม พอเจอของลดราคาหรือเพื่อนชวนไปเที่ยว ก็ยอมทิ้งเงินเก็บได้ง่าย ๆ เพราะไม่มีอะไรผูกมัดใจไว้
ทางแก้ที่ตรงจุดที่สุดคือเปลี่ยนลำดับ จาก “ใช้ก่อนแล้วค่อยเก็บ” เป็น “เก็บก่อนแล้วค่อยใช้” แค่สลับลำดับนี้อย่างเดียวก็ทำให้อัตราการเก็บเงินสำเร็จสูงขึ้นมาก เพราะเงินเก็บจะถูกกันออกไปก่อนที่จะกลายเป็นตัวเลือกให้ใช้จ่าย
หลักการออมเงินง่าย ๆ ที่มือใหม่ทำตามได้ (สูตร 50/30/20)
สูตรที่ใช้ง่ายที่สุดสำหรับการออมเงินคือแบ่งเงินเดือนเป็น 3 ก้อนคร่าว ๆ ก้อนแรกประมาณครึ่งหนึ่งไว้จ่ายค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าหอ ค่าเดินทาง ค่ากิน ก้อนที่สองราวหนึ่งในสามไว้ใช้จ่ายเรื่องที่อยากได้แต่ไม่จำเป็น เช่น ดูหนัง ช้อปปิ้ง สังสรรค์ ส่วนก้อนสุดท้ายราวหนึ่งในห้าไว้เก็บออมและใช้จ่ายหนี้ (ถ้ามี)
สัดส่วนนี้ไม่ใช่กฎตายตัว ถ้าเงินเดือนยังไม่สูงมาก หรือค่าครองชีพในพื้นที่ที่อยู่แพง อาจปรับสัดส่วนเก็บออมให้น้อยลงก่อนในช่วงแรก แล้วค่อย ๆ ขยับขึ้นเมื่อรายได้เพิ่มหรือค่าใช้จ่ายจำเป็นลดลง
ที่สำคัญกว่าตัวเลขคือการมีสัดส่วนชัดเจนตั้งแต่ต้น จะได้รู้ทันทีว่าเดือนนี้ใช้เกินก้อนไหนไปแล้วบ้าง แทนที่จะรู้ตัวอีกทีตอนบัตรเดบิตเด้งตอนจ่ายเงิน
วิธีออมเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือนมือใหม่
เทคนิคที่ทำให้วิธีออมเงินได้ผลจริงมีสามอย่างที่ควรทำพร้อมกัน อย่างแรกคือเปิดบัญชีเงินเก็บแยกจากบัญชีที่ใช้จ่ายประจำวัน จะได้ไม่เห็นยอดเงินเก็บปนกับเงินใช้จ่าย ลดโอกาสหยิบมาใช้โดยไม่ตั้งใจ
อย่างที่สองคือตั้งระบบตัดเงินอัตโนมัติในวันที่เงินเดือนเข้า ให้ธนาคารโอนเงินก้อนที่ตั้งใจเก็บไปยังบัญชีเงินเก็บทันที จะได้ไม่ต้องอาศัยวินัยของตัวเองในทุก ๆ เดือน เพราะระบบทำให้อัตโนมัติแล้ว
อย่างที่สามคือเลือกบัญชีเงินฝากที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป หลายธนาคารมีบัญชีเงินฝากพิเศษสำหรับคนเริ่มออมโดยเฉพาะ อัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ควรเช็กอัตราปัจจุบันจากเว็บไซต์ธนาคารโดยตรงก่อนตัดสินใจเปิดบัญชี
เก็บเงินยังไงให้อยู่ เมื่อรายได้ไม่แน่นอนในแต่ละเดือน
สำหรับคนที่ทำงานฟรีแลนซ์หรือมีรายได้เสริมที่ไม่คงที่ วิธีเก็บเงินยังไงให้อยู่ที่เหมาะกว่าการตั้งจำนวนเงินตายตัวคือใช้เปอร์เซ็นต์แทน เช่น ทุกครั้งที่มีเงินเข้าบัญชี ให้กันสัดส่วนหนึ่งไปเก็บทันที ไม่ว่าเดือนนั้นจะได้เงินมากหรือน้อยก็ตาม
วิธีนี้ยืดหยุ่นกว่าการตั้งเป้าเป็นตัวเลขคงที่ เพราะเดือนที่รายได้น้อยก็ยังเก็บได้ตามสัดส่วน ไม่กดดันจนรู้สึกว่าทำไม่ได้แล้วเลิกทำไปเลย ส่วนเดือนที่รายได้ดีก็จะเก็บได้มากขึ้นตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ
อีกจุดที่ควรมีเพิ่มคือเงินสำรองฉุกเฉินแยกต่างหากจากเงินเก็บเป้าหมายอื่น ๆ เพื่อรองรับเดือนที่ไม่มีงานเข้าเลย จะได้ไม่ต้องไปแตะเงินเก็บก้อนอื่นที่ตั้งใจไว้เพื่อเป้าหมายระยะยาว
เทคนิคเก็บเงินที่ใช้ได้จริง ไม่ต้องอดทนจนเครียด
เทคนิคแรกคือท้าออมเงินแบบย่อ แทนที่จะเก็บเพิ่มขึ้นทุกวันตลอดทั้งปีซึ่งยาวเกินไปจนท้อ ลองทำแบบสั้นลง เช่น เก็บ 30 วันติดต่อกัน แล้ววัดผลเป็นรอบ ๆ จะเห็นความคืบหน้าเร็วกว่าและมีกำลังใจทำต่อ
เทคนิคที่สองคือใช้แอปธนาคารตั้งกันเงินเป็นก้อนย่อยตามเป้าหมาย เช่น กันไว้เป็นก้อน “ค่าเทอม” หรือ “เที่ยวปลายปี” แยกจากเงินเก็บทั่วไป จะได้เห็นชัดว่าเป้าหมายไหนใกล้สำเร็จแล้วบ้าง
เทคนิคสุดท้ายคือกฎรอ 24 ชั่วโมงก่อนซื้อของที่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า ถ้าผ่านไปหนึ่งวันแล้วยังอยากได้อยู่ค่อยตัดสินใจซื้อ วิธีนี้ช่วยตัดการซื้อตามอารมณ์ชั่ววูบที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เงินเก็บหายไปโดยไม่รู้ตัว
ถ้าอยากเห็นภาพรวมทั้งระบบว่าเงินเก็บควรไปอยู่ตรงไหนต่อ อ่านได้ที่คู่มือวางแผนการเงินฉบับเต็ม
สิ่งที่ทำได้เลยวันนี้: เปิดแอปธนาคารแล้วเปิดบัญชีเงินฝากแยกจากบัญชีใช้จ่ายประจำวัน ตั้งวันโอนเงินอัตโนมัติให้ตรงกับวันที่เงินเดือนเข้า แล้วตั้งจำนวนเงินเริ่มต้นที่ไม่กระทบชีวิตประจำวันมากเกินไป แค่นี้ระบบเก็บเงินของตัวเองก็เริ่มทำงานตั้งแต่เดือนหน้า